รายการสินค้า

Get Connected

Amplifier (แอมพลิฟายเออร์) มีบทบาทอย่างไร?

Amplifier (แอมพลิฟายเออร์) มีบทบาทอย่างไร?
 
ในโลกแห่งระบบเสียง ไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมียมในห้องนั่งเล่นของคุณ ไปจนถึงระบบกระจายเสียงขนาดใหญ่ในสนามกีฬา มีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ทำหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าอ่อนๆ ให้กลายเป็นพลังเสียงที่เราได้ยิน นั่นคือ แอมพลิฟายเออร์ (Amplifier) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า แอมป์
 
บทบาทหลักของแอมพลิฟายเออร์ ตัวขยายกำลังเสียง
 
ลองจินตนาการถึงแหล่งกำเนิดเสียงต่างๆ เช่น เสียงจากไมโครโฟนที่แปลงคลื่นเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า หรือสัญญาณเพลงที่ถูกอ่านจากเครื่องเล่นซีดี สัญญาณไฟฟ้าเหล่านี้มีกำลังต่ำมาก ซึ่งเปรียบได้กับการกระซิบแผ่วเบา หากเรานำสัญญาณนี้ไปต่อเข้ากับลำโพงขนาดใหญ่โดยตรง ลำโพงนั้นจะแทบไม่ขยับเลย และเราก็จะได้ยินเสียงที่เบาจนเกินไป
 
แอมพลิฟายเออร์จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น "ปั๊มน้ำพลังสูง" ที่รับสัญญาณไฟฟ้าที่อ่อนแอเข้ามา จากนั้นมันจะใช้พลังงานไฟฟ้าที่รับมาจากแหล่งจ่ายไฟ (เช่น ปลั๊กไฟบ้าน) ในการ เพิ่มขนาดและกำลัง ของสัญญาณนั้นให้แข็งแรงขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อสัญญาณที่ถูกขยายกำลังแล้วนี้ถูกส่งต่อไปยังลำโพง มันจะมีพลังงานมากพอที่จะ ขับเคลื่อนดอกลำโพง ให้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและแม่นยำ เพื่อสร้างคลื่นเสียงออกมาในระดับความดังที่เราต้องการ
 
ทำไมกำลังขับถึงสำคัญ ความสัมพันธ์ระหว่างแอมป์กับลำโพง
 
การเลือกใช้แอมพลิฟายเออร์ไม่ได้หมายถึงแค่การทำให้เสียงดังขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพเสียงด้วย ลำโพงแต่ละรุ่นมีความต้องการพลังงานที่แตกต่างกัน ซึ่งเรามักจะเรียกว่า ความไว (Sensitivity) และ ความต้านทาน (Impedance)
 
ลำโพงที่กินกำลัง (Hungry Speakers) : ลำโพงบางรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อคุณภาพเสียงสูงสุด หรือมีขนาดใหญ่มาก มักจะต้องใช้กำลังขับจากแอมป์สูงมาก (ต้องการกำลังวัตต์สูง) เพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากใช้แอมป์ที่มีกำลังน้อยเกินไปในการขับลำโพงเหล่านี้ เสียงที่ออกมาจะขาดชีวิตชีวา รายละเอียดเสียงจะหายไป และเสียงเบสจะไม่แน่นกระชับ
 
การควบคุมดอกลำโพง : แอมพลิฟายเออร์ที่ดีไม่เพียงแค่ให้กำลังเยอะ แต่ต้องมี ความสามารถในการควบคุม (Damping Factor) ดอกลำโพงด้วย โดยเฉพาะในการควบคุมการเคลื่อนไหวของดอกลำโพงในช่วงเสียงเบส หากแอมป์ควบคุมได้ดี ดอกลำโพงจะหยุดและเริ่มสั่นได้ทันทีตามสัญญาณ ทำให้เสียงเบสมีความกระชับ แม่นยำ และไม่บวมเบลอ
 
ประเภทของแอมพลิฟายเออร์ในทางปฏิบัติ
 
เพื่อให้เข้าใจง่าย เราสามารถแบ่งแอมพลิฟายเออร์ตามหน้าที่หลักในระบบเสียงได้ 3 แบบที่มักจะพบเห็น
 
ปรีแอมป์ (Pre-Amplifier) : ทำหน้าที่เป็น ศูนย์บัญชาการ และเป็นด่านแรกของการขยายสัญญาณที่อ่อนที่สุด

รับสัญญาณเสียงที่อ่อนมากๆ จากแหล่งกำเนิด เช่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง (ต้องผ่านวงจรพิเศษที่เรียกว่า Phono Stage) หรือจากเครื่องเล่นซีดี มีหน้าที่หลักในการ เลือกแหล่งสัญญาณเข้า (Input Selector) และ ควบคุมระดับความดัง (Volume Control) รวมถึงการปรับแต่งโทนเสียงเบื้องต้น เช่น เสียงทุ้ม (Bass) และเสียงแหลม (Treble)

สัญญาณที่ออกมาจากปรีแอมป์ยังไม่มีกำลังขับ แต่มีขนาดของสัญญาณที่เหมาะสมสำหรับการส่งต่อไปยังเพาเวอร์แอมป์
 
เพาเวอร์แอมป์ (Power Amplifier) : คือ แหล่งจ่ายกำลัง ที่แท้จริง
 
ทำหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือรับสัญญาณจากปรีแอมป์ แล้ว ขยายกำลัง สัญญาณนั้นให้สูงมาก เพื่อขับเคลื่อนลำโพงให้ส่งเสียงออกมาได้ มักมีขนาดใหญ่และหนักเนื่องจากมีวงจรและหม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้ในการสร้างกำลังขับสูงๆ
 
อินทิเกรตแอมป์ (Integrated Amplifier) : เป็นการ รวม หน้าที่ของปรีแอมป์และเพาเวอร์แอมป์เข้าไว้ในกล่องเดียว
 
เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับชุดเครื่องเสียงตามบ้าน เพราะมีความสะดวกในการติดตั้ง ประหยัดพื้นที่ และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วนในเครื่องเดียว
 
แอมป์ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้มีแค่ในเครื่องเสียงบ้าน

คุณอาจไม่รู้ตัวว่าแอมพลิฟายเออร์อยู่รอบตัวเราตลอดเวลา
 
ในโทรศัพท์มือถือ : มีแอมพลิฟายเออร์ขนาดเล็กจิ๋วซ่อนอยู่เพื่อขับหูฟังของเราให้มีเสียงดังพอ
ในลำโพงมีสาย (Active Speakers) : ลำโพงเหล่านี้มักจะมีแอมพลิฟายเออร์ติดตั้งอยู่ภายในตัวลำโพงแล้ว ทำให้ไม่ต้องซื้อแอมป์แยก
ในเครื่องขยายเสียงสำหรับกีตาร์ : เป็นแอมพลิฟายเออร์ที่ออกแบบมาเพื่อปรับแต่งและเพิ่มกำลังเสียงของเครื่องดนตรีโดยเฉพาะ
 
สรุป

แอมพลิฟายเออร์จึงไม่ใช่แค่กล่องที่ทำให้เสียงดังขึ้นเท่านั้น แต่เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการ สร้างคุณภาพเสียง หากไม่มีแอมพลิฟายเออร์ที่ดีและมีกำลังที่เหมาะสม สัญญาณเสียงที่ละเอียดอ่อนและสวยงามก็จะขาดพลังในการขับเคลื่อนลำโพง ทำให้ประสบการณ์การฟังของเราไม่สมบูรณ์ การทำความเข้าใจบทบาทของแอมป์จึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างชุดเครื่องเสียงที่มีคุณภาพครับ

หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของสำนักงาน หรือผู้รับเหมางานระบบเสียง ภาพ การลงทุนในระบบที่ดี คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยยกระดับการสื่อสารให้เหนือชั้นกว่าที่เคย
สนใจปรึกษาเรื่องระบบเสียง เรามีครบทั้งสินค้า บริการ และทีมช่างมืออาชีพ
- ออกแบบตามขนาดห้องจริง
- แนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามงบ
- ติดตั้งและดูแลหลังการขายครบวงจร
 
หากองค์กรของคุณกำลังวางแผน อัปเกรดระบบเสียงและภาพ ใน ห้องประชุม หรือติดตั้งระบบเสียงและภาพใหม่ เราพร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ และติดตั้ง ระบบเสียง แบบครบวงจร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
สามารถติดต่อเรา เพื่อขอรับคำปรึกษาและประเมินราคาฟรี z-conference.com
 
รวบรวมข้อมูลและเรียบเรียงโดย : CSIProAV
ชุดประชุม, ไมค์ประชุม, ไมค์ห้องประชุม, ไมค์ conference, ห้องประชุม, ลำโพง ห้องประชุม, เสียง ห้องประชุม, Interactive, LED, Touch Screen, จอทัชสกรีน, จอสัมผัส,
ย้อนกลับ

ไมค์ประชุม, ชุดประชุม, ไมค์ห้องประชุม, ไมค์ประชุมไร้สาย, ชุดประชุมไร้สาย, microphone conference, ระบบเสียง, ระบบภาพ, ระบบแสง, ออกแบบ, ติดตั้ง